รายละเอียด
ชื่อ
ทางเดินใต้
ที่ตั้ง
หอนมัสการภาคใต้
Category
Four Walkways | Places to visit
ทางเดินด้านใต้ได้รับการบูรณะและสร้างขึ้นใหม่อย่างกว้างขวางในระหว่างโครงการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2538 ในระหว่างการ รื้อถอนบันไดเก่า พบหลักฐานทางประวัติศาส ตร์ที่บ่งชี้ว่าซุ้มประตู ทางเข้าหลักที่ส ร้างด้วยอิฐหินและรูปปั้นยักษ์สององค์ที่ทางเข้าบันไดนั้นได้รับพระราชทานจากพระเจ้าธาราวดี(พระเจ้าชเวโบ) ในปี พ.ศ. 2385 ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างเหล่านี้จึงได้รับ การอนุรักษ์ไว้เป็นส่ วนหนึ่งของมรดกท างวัฒนธรรม ของเมียนมาร์และไม่ได้ถูกทำลายลง แต่ได้รับการเสริมกำลังด้วยเทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัย และกา รบูรณะนี้ ยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปอิจจาสยะสององค์ ซึ่งสร้างขึ้นด้านหน้าทางเข้าหลักหินหลังปี พ.ศ. 2385 พร้อมกั บรู ปปั้นสิงโตสองอ งค์ที่ได้รับพระราชทานจากพ่อค้าจากเมืองปูซุนตองในปี พ.ศ. 2430 และรูปปั้นจร ะเข้สององค์ที่อยู่ภายในบันไดซึ่งไม่มีชื่อผู้บริจาค ก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้เช่นกัน
ในระหว่างการบูรณะในปี พ.ศ. 2538 องค์ประกอบหลายอย่างในยุคอาณานิคมได้ถูกแทนที่ ซึ่งรวมถึงกา รนำรูปปั้นบิน รูปปั้นสิงโต และเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ตรามงกุฎของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ออกจากส่วนบนสุดของซุ้มประตูทางเข้า จากนั้นจึงนำศิลปะ และประติม ากรรมแบบดั้งเ ดิมของเมี ยนมาร์มา แทนที่ บันไดแห่งนี้ได้รับการบูรณะด้วยฝีมือช่างฝีมือทางวัฒนธรรมของเมียนมาร์
เมื่อทางเดินด้านใต้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ทางเดินแห่งนี้ได้รับ การออกแบบและ ตกแต่งด้วยฝีมือช่ างศิล ปะเมีย นมาร์แท้ๆ ส่วนบนสุดของ ทางเดิน คุณจะเห็นโครงสร้างหลังคาเก้าชั้น ประดับประดาด้วยง านแกะสลั กไม้แ บบดั้งเดิมของเมียนมาร์ ตรงกลางเป็นศาลาสามชั้น ที่สร้างด้วยด อกไม้สังกะสีแบบเมียนมาร์ และยังมีศาลาเจ็ดชั้น โครงสร้างศาลาที่เรียกว่า “สันปาเร” หลังคาหน้าห้าชั้นและศาลาสอง หลังที่ด้ านบนสุ ดของชานชาลา ซึ่งล้วนจัดแสดงงานแกะสลักไม้ของเมียนมาร์ทั้งสิ้น กำแพงด้านนอกขนาดมหึมาและรา วเหล็กขอ งทางเดินด้ านใต้ป ระดับประดาด้วยรูปปั้นมนุษสีหะ (รูปคนกับสิงโต) สัมฤทธิ์ 26 ตัว จำลองตาม ตราประทับของ คณะกรรมการผู้ ดูแลเจดี ย์ บนยอดประตูทางเข้ าใหญ่มีเสาโคมหินสอ งต้นอยู่สองข้าง แต่ละต้นมีรูปปั้นมนุษสีหะสามองค์ประดิษฐานอยู่ โคมไฟเหล่านี้ ประดับ ด้วยลวด ลายกโนตสมัยอมรปุระ และมีบันไดหินอ่อนชั้นดีสองแห่งจำลองแบบมาจากวัดอิฐอินวาเม่นู ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ส่วน บนสุด ของราวบันไดเหล่านี้สลักเป็นรูปเคารพ ทำจากหินอ่อนสีขาว ซึ่งปรากฏอยู่ด้านนอกของบันไดในอิริยาบถบูชา นอกจากนี้ ภายใน ทางเ ดินยังมีงานแกะสลักไม้ลวดลายกโนตอันวิจิตรบรรจง โดยมีหนามแหลมแบบ “เสิ่นด่อง” (ตะขอเพชร) ล้อมรอบ “ตะเยตกิน” (ขิงมะม่วง)
ตลอดแนวทางเดินด้านใต้ มีรูปปั้นและภาพวาดแ สดงภาพชัยชนะ แปดประการของ พระพุทธเจ้าและฉ ากชีวิตของพระพุทธเจ้ามหาศาสดา ซึ่งได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันเพื่อรักษามรดกดั้งเดิมไว้
นอกจากนี้ ตลอดแนวทางเดินด้านใต้ ท่านจะพบภาพวาดแสดงฉากต่างๆ เช่น พระธรรมเทศนาครั้งแรกขอ งพระพุทธเจ้าต่ อพระปัจเจกพุ ทธเจ้าทั้งห้า (ปัญจวัคคียา) มหาปรินิพพาน ภาพพระราชทาน และกา รบูรณะของพ ระมหากษัตริย์หล ายพระองค์ และเรื่องราวชาดกสิบเรื่อง ทางด้านซ้ายและขว าของทางเดิน ด้านใต้ มีร้านขายของทางศาสนาพุทธ ร้านขายของเก่า และร้านขายดอกไม้ ทางด้านตะวันตกของทาง เดินด้านนอกมีร้านหนังสือปาฬีปิฎก ซึ่งท่านจะพบวรรณกรร มทางพุทธศาสนามากมาย อาทิ พระไตรปิฎก พุทธประวัติ และคัมภีร์ทางศาสนาอื่นๆ
งบประมาณการก่อสร้างทางเดินด้านใต้แห่งใหม่นี้มีมูลค่า 248.3 ล้านจ๊าด ซึ่งรวมถึง 81.6 ล้านจ๊าดสำห รับงานศิลปะพม่าแบ บดั้งเดิมโดย เฉพาะ พิธีเปิดทางเดินด้านใต้ครั้งยิ่งใหญ่จัดขึ้นในเช้าวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2539 โดยมีพิธีเฉลิมฉลองขนาดให ญ่พร้อมเครื่องสักการะเทพเ จ้าและพระบรมวง ศานุวงศ์แบบดั้งเดิม
ภายในปี พ.ศ. 2566 หลังจากเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่การบูรณะในปี พ.ศ. 2538 งานแกะสลักไม้ ประติมากรรม และแผงตกแต่งสไ ตล์เมียน มาร์ของทางเดินได้เสื่อมโทรมลง สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยชิ้นงานใหม่ โดยยังคงงา นฝีมือดั้งเดิมไว้ หลังคาได้รับการเสริมความแข็ งแรง ทาสีใหม่ และยอดแหลมเหล็กสีทองก็ถูกเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการบูรณะ
รายละเอียดการก่อสร้าง:
– วันที่เริ่มก่อสร้าง: 20 เมษายน 2538
– วันที่แล้วเสร็จ: 16 กันยายน 2540
– ความยาวทางเดิน: 770.8 ฟุต
– จำนวนศาลา: 10 หลัง
– จำนวนบันได: 152 ขั้น
– จำนวนเสา: 142 ต้น
– จำนวนร้านค้า: 65 ร้าน
– ความกว้างของทางเดิน: 63 ฟุต
ในระหว่างการบูรณะในปี พ.ศ. 2538 องค์ประกอบหลายอย่างในยุคอาณานิคมได้ถูกแทนที่ ซึ่งรวมถึงกา รนำรูปปั้นบิน รูปปั้นสิงโต และเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ตรามงกุฎของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ออกจากส่วนบนสุดของซุ้มประตูทางเข้า จากนั้นจึงนำศิลปะ และประติม ากรรมแบบดั้งเ ดิมของเมี ยนมาร์มา แทนที่ บันไดแห่งนี้ได้รับการบูรณะด้วยฝีมือช่างฝีมือทางวัฒนธรรมของเมียนมาร์
เมื่อทางเดินด้านใต้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ทางเดินแห่งนี้ได้รับ การออกแบบและ ตกแต่งด้วยฝีมือช่ างศิล ปะเมีย นมาร์แท้ๆ ส่วนบนสุดของ ทางเดิน คุณจะเห็นโครงสร้างหลังคาเก้าชั้น ประดับประดาด้วยง านแกะสลั กไม้แ บบดั้งเดิมของเมียนมาร์ ตรงกลางเป็นศาลาสามชั้น ที่สร้างด้วยด อกไม้สังกะสีแบบเมียนมาร์ และยังมีศาลาเจ็ดชั้น โครงสร้างศาลาที่เรียกว่า “สันปาเร” หลังคาหน้าห้าชั้นและศาลาสอง หลังที่ด้ านบนสุ ดของชานชาลา ซึ่งล้วนจัดแสดงงานแกะสลักไม้ของเมียนมาร์ทั้งสิ้น กำแพงด้านนอกขนาดมหึมาและรา วเหล็กขอ งทางเดินด้ านใต้ป ระดับประดาด้วยรูปปั้นมนุษสีหะ (รูปคนกับสิงโต) สัมฤทธิ์ 26 ตัว จำลองตาม ตราประทับของ คณะกรรมการผู้ ดูแลเจดี ย์ บนยอดประตูทางเข้ าใหญ่มีเสาโคมหินสอ งต้นอยู่สองข้าง แต่ละต้นมีรูปปั้นมนุษสีหะสามองค์ประดิษฐานอยู่ โคมไฟเหล่านี้ ประดับ ด้วยลวด ลายกโนตสมัยอมรปุระ และมีบันไดหินอ่อนชั้นดีสองแห่งจำลองแบบมาจากวัดอิฐอินวาเม่นู ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ส่วน บนสุด ของราวบันไดเหล่านี้สลักเป็นรูปเคารพ ทำจากหินอ่อนสีขาว ซึ่งปรากฏอยู่ด้านนอกของบันไดในอิริยาบถบูชา นอกจากนี้ ภายใน ทางเ ดินยังมีงานแกะสลักไม้ลวดลายกโนตอันวิจิตรบรรจง โดยมีหนามแหลมแบบ “เสิ่นด่อง” (ตะขอเพชร) ล้อมรอบ “ตะเยตกิน” (ขิงมะม่วง)
ตลอดแนวทางเดินด้านใต้ มีรูปปั้นและภาพวาดแ สดงภาพชัยชนะ แปดประการของ พระพุทธเจ้าและฉ ากชีวิตของพระพุทธเจ้ามหาศาสดา ซึ่งได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันเพื่อรักษามรดกดั้งเดิมไว้
นอกจากนี้ ตลอดแนวทางเดินด้านใต้ ท่านจะพบภาพวาดแสดงฉากต่างๆ เช่น พระธรรมเทศนาครั้งแรกขอ งพระพุทธเจ้าต่ อพระปัจเจกพุ ทธเจ้าทั้งห้า (ปัญจวัคคียา) มหาปรินิพพาน ภาพพระราชทาน และกา รบูรณะของพ ระมหากษัตริย์หล ายพระองค์ และเรื่องราวชาดกสิบเรื่อง ทางด้านซ้ายและขว าของทางเดิน ด้านใต้ มีร้านขายของทางศาสนาพุทธ ร้านขายของเก่า และร้านขายดอกไม้ ทางด้านตะวันตกของทาง เดินด้านนอกมีร้านหนังสือปาฬีปิฎก ซึ่งท่านจะพบวรรณกรร มทางพุทธศาสนามากมาย อาทิ พระไตรปิฎก พุทธประวัติ และคัมภีร์ทางศาสนาอื่นๆ
งบประมาณการก่อสร้างทางเดินด้านใต้แห่งใหม่นี้มีมูลค่า 248.3 ล้านจ๊าด ซึ่งรวมถึง 81.6 ล้านจ๊าดสำห รับงานศิลปะพม่าแบ บดั้งเดิมโดย เฉพาะ พิธีเปิดทางเดินด้านใต้ครั้งยิ่งใหญ่จัดขึ้นในเช้าวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2539 โดยมีพิธีเฉลิมฉลองขนาดให ญ่พร้อมเครื่องสักการะเทพเ จ้าและพระบรมวง ศานุวงศ์แบบดั้งเดิม
ภายในปี พ.ศ. 2566 หลังจากเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่การบูรณะในปี พ.ศ. 2538 งานแกะสลักไม้ ประติมากรรม และแผงตกแต่งสไ ตล์เมียน มาร์ของทางเดินได้เสื่อมโทรมลง สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยชิ้นงานใหม่ โดยยังคงงา นฝีมือดั้งเดิมไว้ หลังคาได้รับการเสริมความแข็ งแรง ทาสีใหม่ และยอดแหลมเหล็กสีทองก็ถูกเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการบูรณะ
รายละเอียดการก่อสร้าง:
– วันที่เริ่มก่อสร้าง: 20 เมษายน 2538
– วันที่แล้วเสร็จ: 16 กันยายน 2540
– ความยาวทางเดิน: 770.8 ฟุต
– จำนวนศาลา: 10 หลัง
– จำนวนบันได: 152 ขั้น
– จำนวนเสา: 142 ต้น
– จำนวนร้านค้า: 65 ร้าน
– ความกว้างของทางเดิน: 63 ฟุต
